สาวไทย แบ่งปันประสบการณ์เอาชีวิตรอด ในเมืองหางโจว ขณะCOVID 19 ระบๅด หนัก

จากสถานการณ์COVID 19 ในประเทศจีน เบื้องต้นสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสCOVID 19ที่เมืองอู่ฮั่นมณฑลหูเป่ย์ ต้นตอการแพร่ระบาดของไวรัสไปทั่วโลกในขณะนี้ไว้ได้แล้ว และได้มี สาวไทยในเมืองหางโจว หนึ่งในเมือง ที่ถูก lockdown ช่วงที่ COVID 19 ระบาดหนัก ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การรอดชีวิตจาก COVID 19 ในประเทศจีน โดยเธอได้ระบุว่า

*เราอยากมาแชร์ว่า เราใช้ชีวิตยังไงในช่วงที่เกิดการระบาด ซึ่งเขต 余杭区 ที่เราอยู่ เป็นเขตที่มีผู้ติดIชื้อมากที่สุดในหางโจว และถูกคุมเข้มที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ที่คอนโดและรอบๆคอนโดเรา มีรายงานว่า มีผู้ติดIชื้อ

-ทำให้ช่วงแรกๆ เราจะได้ยินเสียงรถพยาบาลบ่อยมากๆ ซึ่งเราเชื่อว่าผู้ติดIชื้อเหล่านี้ก็เดินทางไปห้างและซุปเปอร์มาร์เกตเดียวกับเรา แต่เราก็ผ่านมาได้

-ดังนั้นไม่ต้องแพนิกหรือวิตกกังวลจนเกินไป COVID-19 น่ากลัวแต่ป้องกันได้ ถ้าเราผ่านมันไปได้ เพื่อนๆก็สามารถผ่านมันไปได้เช่นกัน

-เราขอแชร์คร่าวๆ วิธีป้องกันของเรา หวังว่ามันจะพอมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่วิตกในช่วงนี้ ลองเอาไปดัดแปลงตามลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนดูนะ ทำให้มันเป็นกิจวัตรไป เราทำแบบนี้มาก่อนช่วงปิดเมืองด้วยซ้ำ ตอนนั้นยังไม่มีรายงานการติดIชื้อในหางโจวเลย แต่โชคดีที่ตอนนั้นเรากลัวไข้หวัดใหญ่มากๆ ซึ่งมันระบาดที่จีนในช่วงหน้าหนาวเป็นเรื่องปกติ

-วิธีที่เราใช้ในช่วงระบาดหนักที่จีน

*เมื่อออกข้างนอก

1) ใส่หน้ากากไม่ว่าใครจะเอาทฤษฏีอะไรใดๆมาอ้าง เราเชื่อนะตามทฤษฏีแต่ภาคปฎิบัติเราขอใส่ไว้ดีกว่าไม่ใส่ อย่างน้อยๆถ้าเราเป็นคนที่ติดเชื้อเราจะไม่ยอมเป็นผู้แพร่เชื้อโดยเด็ดขาด

2) พกแอลกอฮอล์ล้างมือ เราเอาเจลล้างมือแขวนไว้ที่หูกระเป๋าเลย เอาให้ใช้ง่ายๆ จะได้ไม่ต้องเปิดกระเป๋าก่อนแล้วเอามือเปื้อนๆยื่นเข้าไปหยิบ หรือถ้ามีแบบ สเปรย์ก็พกเป็นขวดเล็กๆไว้ พ่นได้ตั้งแต่มือยันปุ่มลิฟท์ยันที่เปิดประตูรถ

3) พก alcohol wipe (ทิชชูเปียกที่ชุบแอลกอฮอล์ 75%) เราใช้เช็ดพวกด้ามจับรถเข็นในซุปเปอร์มาร์เกต หรือหากจำเป็นต้องสัมผัสกับของใช้ส่วนรวม ก็จะใช้ ไวพ์เช็ดก่อน

*อยู่ข้างนอก

1) ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท จะไม่มีการถอดแมสหรือแตะแมสโดยเด็ดขาด

2) เราพยายามรักษาระยะห่างจากคน ระยะหนึ่งเมตร แต่ก็ยาก ในซุปเปอร์มาร์เกตคนค่อนข้างเยอะ ส่วนมากเลี่ยงไม่ได้เลย

3) กระเป๋า มือถือ ไม่วางซี้ซั้ว กระเป๋าสะพายแนบตัวตลอด ส่วนมือถือนอกจากตอนจ่ายเงินกับแสดง health code เราจะไม่เอาออกมาเลย

4) ทุกครั้งที่กลับขึ้นรถ เราจะเช็ดมือ เช็ดพวงมาลัย เกียร์ ด้วยแอลกอฮอลล์ไวพ์ทุกครั้ง กันเหนียวไว้ในกรณีเจลแอลกอฮอล์มีประสิทธิภาพไม่พอ

*เมื่อกลับเข้าบ้าน

1) รองเท้าที่ใส่ไปข้างนอกเราจะถอดไว้ด้านนอกเลย ไม่เอามาเก็บในตู้รองเท้า และเราใส่อยู่คู่เดียวจะไม่เปลี่ยนไปมา เมื่อถึงบ้าน เอาแอลกอฮอลล์พ่นรองเท้าทั่วๆกันไว้อีกที

2) ก่อนออกนอกบ้านทุกครั้ง เราจะเตรียมเสื้อผ้าใส่อยู่บ้านชุดใหม่ไว้หนึ่งชุดและแขวนรอไว้ในห้องน้ำเลย พอเข้าห้องมาเราจะเลี้ยวเข้าห้องน้ำทันที ล้างมือ ถอดแมส ล้างหน้า ล้างขา แล้วเปลี่ยนชุดใหม่ทันที เราจะไม่เข้าไปนั่งในบ้านด้วยชุดเสื้อผ้าที่ใส่ออกไปข้างนอก เสื้อผ้าที่ใส่ไปข้างนอก จะซักในวันนั้นเลยและใส่น้ำยาคร่าเชื้อทุกครั้ง ถึงแม้จะแค่ลงไปรับไปรษณีย์ด้านล่างเราก็จะเปลี่ยนชุดทุกครั้ง

3) มือถือ เราจะเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังกลับเข้าบ้าน รวมไปถึงกุญแจบ้าน กุญแจรถทั้งหมด ซึ่งเรามีชั้นวางอยู่หลังประตูทางเข้าห้องเลย ถ้ายังไม่ได้เช็ดแอลกอฮอลล์ เราจะไม่ถือมือถือเข้าไปในห้องนั่งเล่นโดยเด็ดขาด

4) จำกัดกระเป๋าที่ใช้ เราเลือกใช้กระเป๋าที่มีขนาดเล็กที่สุด สลับใช้อยู่เพียงสองใบและกระเป๋าสองใบนี้จะไม่ถูกนำเข้ามาในตัวห้อง เราจะวางไว้ตรงชั้นวางตรงทางเข้า หูกระเป๋าจะเกี่ยวเจลล้างมือไว้ เพราะใช้ทำความสะอาดมือตลอดเวลาไปข้างนอก

5) เราสระผมทุกครั้งที่กลับมาจากข้างนอก เพราะเรากลัว ผมเราค่อนข้างยาว และเราเป็นสายสยายไปสยายมา 555 เราเป็นพวกคิดมาก คือผมสยายไปข้างหลังงัยละแบบเราไม่รู้ว่าใครมาโดนบ้างหรือเกิดมีใครมาไอใส่มั้ยละเราไม่รู้ตัว อย่างที่บอกในซุปเปอร์มาร์เกตคนค่อนข้างเยอะ

ยกเว้น ถ้าเราแค่ลงไปรับไปรษณีย์ด้านล่าง เราจะม้วนผมเป็นดังโงะเอา บางทีก็ใส่หมวกครอบไปอีกที

*เมื่ออยู่บ้าน

1) เราดูดฝุ่นทุกวัน เช้า เย็น วันละสองครั้งเพราะเราเลี้ยงกระต่าย ไม่ใช่คิดว่าดูดละกันไวรัสได้นะ แต่พยายามระวังพวกเรื่องภูมิแพ้หรือการป่วยเป็นโรคอื่นด้วย เพราะเราคิดว่าถ้าเรามาป่วยช่วงนี้พอดี ถ้าไปโรงพยาบาลเราต้องได้ของแถมกลับมาแน่ๆ 555 ดังนั้นอะไรเลี่ยงได้เราจะเลี่ยงไว้ก่อน

2) วันไหนที่มีแดด ซึ่งเป็น rare item ที่หางโจว เราจะเปิดหน้าต่างเพื่อระบายให้อากาศถ่ายเท แต่ถ้าวันที่อากาศดูแย่ๆ เราจะพยายามไม่เปิดหน้าต่างเลย

3) ถูพื้น เราพยายามถูทุกสามสี่วันครั้ง โดยเราจะใส่เม็ดคลอรีนคร่าเชื้อลงในกระบอกน้ำ ถูไปพ่นไปตลอด ถ้าใครไปหาซื้อมาใช้ ให้ระวังเรื่องความเข้มข้น ผสมในปริมาณที่พอดี เจือจางๆพอ เข้มข้นไปเดี๋ยวหลอดลมพัง ยิ่งคนเป็นหอบหืดให้ระวังด้วย

4) ซักผ้า ผสมเดทตอลทุกครั้ง จริงๆเราใช้เดทตอลซักผ้ามาตั้งแต่ช่วงสองปีก่อนที่เริ่มเลี้ยงกระต่าย เลยค่อนข้างชินกับกลิ่น

5) เรากินวิตามินซีทุกวัน วันละ 1000 มิลลิกรัมและบังคับคนข้างๆให้กินด้วย 555 และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ

6) จริงๆก่อนจีนจะประกาศ Lockdown เมืองต่างๆ เค้าประกาศให้ยกเลิกการรวมตัวสังสรรค์ทั่วประเทศ ช่วงนั้นตรงกับตรุษจีนพอดีซึ่งมันคือมหกรรมการกิน กิน กินและกิน นี่เราแนะนำนะ พวกงานกินเลี้ยง หรือ ไนท์คลับอะไรพวกนี้ งดได้งดไปก่อน เพราะเราไม่รู้เลยว่าคนที่ไปร่วมโต๊ะด้วยไปไหนไปเจอใครมาบ้าง

-หางโจว อยู่ในมณฑลเจ้อเจียง เป็นเมืองหนึ่งที่มีการ lockdown ซึ่งเดินทางข้ามเมืองไม่ได้ แต่ยังสามารถออกจากบ้านมาซื้อของได้นะ ซึ่งเขตที่อยู่ มีผู้ติดIชื้อค่อนข้างสูง

-เราสามารถขับรถไปซื้อได้ แต่ ต้องไปกลับ ภายใน สี่ชม. ถ้าเกินจากนี้ เขาจะเรียกตำรวจมารับเราไปสถานกักตัวซึ่งก็คือโรงแรม ที่รัฐบาลหางโจวเช่าไว้

-ที่ชั้นหนึ่งของคอนโดจะมีเจ้าหน้าที่อยู่ หนึ่งครอบครัวส่งคนออกไปซื้ออาหารได้แค่ หนึ่งคน สองวันหนึ่งครั้ง วิธีการออกก็คือ ต้องแลกบัตรประชาชน กรอกข้อมูลลงสมุดบันทึก ก็พวกชื่อ เบอร์ติดต่อ เจ้าหน้าที่ก็จะวัดอุณหภูมิละจดลงไปด้วย เพราะถ้าขากลับมาอุณภูมิสูงขึ้นกว่าตอนออก เขาก็มีความจำเป็นที่จะต้องเรียกรถพยาบาลมา (ตอนกรอกข้อมูลจะได้ใบสีขาวมา ซึ่งกลับเข้ามาก็ต้องเอามายื่นด้วย ถ้าหาย ไม่ได้เข้าตึก)

-อ้อ เงื่อนไขการออกไปข้างนอก เราจะต้องให้ดู healthcode ที่อยู่บนแอพมือถือด้วยนะ จะมีเป็นสี ถ้าเราได้สีเขียวถึงออกไปได้

-health code มีสามสี: ถ้าเราได้สีเขียวก็คือ สุขภาพดีสีเหลือง กักตัวเจ็ดวัน, สีแดง กักตัว สิบสี่วัน โดยข้อมูลต้องคอยอัพเดท ทุกสิบสี่วัน

-เวลาไปถึงห้าง เขาก็จะมีเจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิละก็ขอเชค health code อีกรอบด้วย

-จริงๆเราคิดนะอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่เราไม่อยากมาเสียใจว่าวันนึงเราติดIชื้อเพราะไม่ยอมป้องกันตัวเองให้ดี ยิ่งมีอีกหนึ่งชีวิตติดแหอยู่กับเรา มันเหมือนต้องรับผิดชอบเค้าด้วย เราเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ ถ้าวันนึงเราติดเชื้อทั้งๆที่เราได้ทำดีที่สุดคือ เรายอมรับได้ แต่เราจะรับไม่ได้เลย ถ้ามันเกิดจากความประมาทของตัวเอง

-เราเข้าใจ ความวิตกของทุกคน เพราะเราผ่านมาหมด วันไหนออกไปข้างนอก สองสามวันหลังจากนั้น จะวิตกตลอดว่า เอ๊ะเราติดIชื้อมั้ย เราจะเป็นยังไง หายใจไม่ทันหน่อยเราก็เริ่มเครียด เป็นหนักๆ นอนไม่หลับก็มี แรกๆเป็นหนักมาก เวลาไปซื้ออาหารเข้าบ้าน ยิ่งพวกซีฟู้ดเราจะไปซื้อแต่ซุปเปอร์ของนำเข้าเพราะกลัว

-ตอนนั้นยังไม่มีประกาศว่าเป็นเพราะค้างคาว ทำให้เรากลัวพวกอาหารทะเลมากแต่เราเป็นคนติดอาหารทะเลก็ต้องหาทางกินให้ได้ 555

-เราเครียดกว่าเพื่อนๆที่อยู่ไทยมาก เพราะเราเคยป่วยที่จีน เคยนอนโรงพยาบาลจีน เคยโคม่าที่นี่มาก่อน ซึ่งเราฝังใจ มันยิ่งทำให้เรากลัวกว่าเดิม แต่เราก็ค้นพบว่า ทุกๆครั้งที่เราออกไปข้างนอก ถ้าเราป้องกันตัวเราดีที่สุดแล้ว วันนั้นเราจะสบายใจและไม่กังวลใดๆ ดังนั้นถ้าวิตกก็ลองป้องกันตัวเองให้มากขึ้นดูนะ

ขอขอบคุณการแชร์ประสบการณ์จาก น้องน้ำเพชร (FB: nampetch limwachiranon)