Press Release (หลังการเสวนา) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ 23 พฤศจิกายน 2564 “สถาบันวัคซีนแห่งชาติร่วมกับองค์การอนามัยโลก เปิดเวทีเสนา ไขข้อสงสัยวัคซีนโควิด 19”

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ที่ห้องประชุมเพชร สถาบันบำราศนราดูร สถาบันวัคซีนแห่งชาติร่วมกับองค์การอนามัยโลก
จัดกิจกรรมเสวนาออนไลน์ เปิดข้อมูล (ไม่) ลับ กับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในหัวข้อ ร่วมเปิดใจ พร้อมไขทุกข้อสงสัย “วัคซีนโควิด 19 กับก้าวต่อไปของคนไทย” ซึ่งทำการถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊คสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการฉีดวัคซีนโควิด 19 แบบเข้าใจง่าย และร่วมเสวนาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ในพิธีเปิดของการเสวนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติ จาก นพ. จอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย และ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดสาระสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 พร้อมตอบข้อสงสัยของประชนในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กลุ่มแผนปฏิบัติการชาติฯ  และ ศ.พญ.ธันยวีร์  ภูธนกิจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินรายการโดย พญ. สุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และ คุณพิภู  พุ่มแก้วกล้า

ช่วงแรกของการเสวนา นพ.วีรวัฒน์ ได้ให้ข้อมูลว่า ไวรัสสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดหลักในประเทศไทยในปัจจุบัน คือ สายพันธุ์ Delta ซึ่งพบสูงถึง 99.74% ทั้งนี้ จากผลการเก็บข้อมูลระดับภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19  ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งวัคซีนสูตรไขว้ครบ 2 โดส พบว่าวัคซีนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี โดยสถิติข้อมูลล่าสุดในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 ระบุว่าปัจจุบันการฉีดวัคซีนของประเทศไทยมีความครอบคลุมการฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มที่ 1 จำนวน 70% เข็มที่ 2 จำนวน 60% และมีประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยรับวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว คิดเป็น 4.5%  โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าที่จะให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 อย่างน้อย 70% ภายในเดือนพฤศจิกายน และอย่างน้อย 80% ภายในเดือนธันวาคม นอกจากนี้ นพ.วีรวัฒน์ ได้กล่าวเสริมว่า อาการไม่พึงประสงค์ เช่น ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ่มเลือดผิดปกติที่เกิดภายหลังการฉีดวัคซีนนั้น พบได้น้อยมากเมื่อเทียบกับอาการข้างต้นที่เกิดจากการป่วยด้วยโรคโควิด 19 ทั้งยังได้เปิดข้อมูลอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยจากโรคโควิด 19 ซึ่งพบว่า ส่วนใหญ่เป็น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ โดยหลักฐานชี้ว่าหากประชากร 3 กลุ่มนี้ติดโควิด 19 ขณะยังไม่ได้รับวัคซีน จะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 แล้วเป็นอย่างมาก นพ.วีรวัฒน์ ได้เน้นย้ำให้กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน เพื่อลดอัตราความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต  ซึ่งข้อมูลปัจจุบันพบว่าการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในจำนวน 1 เข็ม ยังไม่เพียงพอต่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ดังนั้นต้องเพิ่มเป็นเข็มที่ 2 และ เข็มที่ 3 ต่อไป

สำหรับช่วงที่สองของการเสวนา ศ.พญ.ธันยวีร์  ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลการติดตามระดับภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส พบว่า การกลายพันธุ์ของโควิด 19 ประกอบกับระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้วระยะหนึ่ง ทำให้มีความจำเป็นในการเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่พบว่าระดับภูมิคุ้มกันจะลดลงเร็วกว่าในวัยอื่น ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมในเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นนั้นมีความต่างกันไป หากได้รับวัคซีนชนิดเชื้อตาย ควรได้รับการกระตุ้นเร็วกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิดอื่น นอกจากนี้ ศ.พญ.ธันยวีร์ได้เน้นย้ำว่าการฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์นั้นมีความจำเป็น และการกระตุ้นด้วยวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันยังสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ Delta ได้

ประเด็นสุดท้ายในการเสวนา คือประเด็นเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ร่วมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งทั้งองค์การอนามัยโลกและคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้มีคำแนะนำออกมารองรับการดำเนินการดังกล่าวว่า วัคซีนป้องกันโควิด 19 และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นั้นสามารถฉีดร่วมกันได้ โดยไม่พบว่าการฉีดวัคซีนร่วมกัน ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงและไม่มีการรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกันระหว่างโรค นอกจากนี้ ศ.พญ.ธันยวีร์  ได้เผยว่าปัจจุบันมีความพยายามในการคิดค้นวัคซีนผสมที่รวมวัคซีนโควิด 19 และวัคซีนไข้หวัดใหญ่อยู่ในเข็มเดียวกัน เพื่อให้สามารถป้องกันโควิด 19 และไข้หวัดใหญ่ได้ในคราวเดียว ซึ่งหากผลการวิจัยพัฒนาประสบความสำเร็จก็จะมีวัคซีนดังกล่าวใช้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม มาตรการส่วนบุคคลยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในการเสวนาดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญได้มีการตอบข้อสงสัยของประชาชนในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยท่านสามารถติดตามรับชมย้อนหลังได้ทาง https://www.facebook.com/nvikm/videos/2689277428048017/

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *