ลูกเกด ,แพนเค้ก ,เกรซ กาญจน์เกล้า นำทีม สุดตระการตาภูมิปัญญา OTOP ผ้าไทย สานพระราชปณิธาน “สมเด็จพระพันปีหลวง” พช. อวดความงดงาม อัตลักษณ์ไทยก้าวไกลสู่สากล ในงานกาล่าไนท์ เสน่ห์ สีสัน แพรพรรณแห่งสยาม

วันที่ 18 ธันวาคม 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในงานกาล่าไนท์ เสน่ห์ สีสัน แพรพรรณแห่งสยาม โครงการสืบสานภูมิปัญญา OTOP ผ้าไทย และเผยแพร่อัตลักษณ์ผ้าแห่งสยาม ร่วมกับ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน โดยได้รับเกียรติจาก คณะทูตานุทูตจาก 17 ประเทศ ผู้บริหารและคณะจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ ศิลปินผู้มีชื่อเสียงและสื่อมวลชนร่วมในงานอย่างคับคั่ง ณ ห้อง Royal Jubilee Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “นับเป็นโชคดีของพวกเราชาวไทยที่เรามีสมเด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการต่อลมหายใจผ้าไทยให้มีชีวิตยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้ ท่ามกลางวัฒนธรรมต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายแต่ผ้าไทยยังทรงคุณค่าอยู่เสมอ


พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ต่างทรงสืบสานพระราชปณิธานแห่งพระพันปีหลวงในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ในการทำให้ผ้าไทยกลับมีชีวิตชีวา และพัฒนาต่อยอดเป็นที่นิยมของชาวไทย และทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทย ด้วยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณกระทรวงมหาดไทย โดย กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ดำเนินการสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาผ้าไทยโดยเสมอมา เกิดการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญารักษาขนบประเพณี ส่งผลให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการในชุมชน อันเป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณกรมการพัฒนาชุมชนได้สืบสานภูมิปัญญาและอนุรักษณ์ผ้าไทยให้คงอยู่โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือ (MOU) กับสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดทำโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ขึ้น ลงนาม MOU ร่วมกับ 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ ในการสวมใส่ผ้าไทย และผลักดันรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย จนเป็นมติคณะรัฐนมตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละสองวัน และพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ดำเนินการเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเฉพาะผ้าไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสืบสานภูมิปัญญา การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น เป็นการสร้างคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม พัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ในการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สามารถขยายตลาดเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น เสริมสร้างภาพลักษณ์ การรับรู้คุณค่าของผลิตภัณฑ์ OTOP สู่ระดับสากล


โดยการจัดงานกาล่าไนท์ เสน่ห์ สีสัน แพรพรรณแห่งสยาม ในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอีกระดับหนึ่งในการแสดงถึงความสำเร็จของผู้ประกอบการผ้าไทยทั่วประเทศกว่า 300 ราย และนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ผ่านการคัดสรร ขัดเกลาจากนักออกแบบแฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยและมีผลงานในระดับโลก ให้รู้ว่าผ้าไทยเราใส่สนุก ใส่ได้ทุกโอกาสแล้วแต่การสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ดีไซน์ใหม่ ๆ ให้ผ้าท้องถิ่นมีความร่วมสมัย สวมใส่ได้หลากหลายโอกาส เพิ่มมูลค่าของผ้าไทย
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพระราชปณิธานแห่งพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่สมเด็จพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์
ทุกพระองค์ได้ทรงเพียรพยายามสืบสาน รักษา และต่อยอด นี้จะเกิดรูปธรรม ขอเชิญชวนให้พวกเราคนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนใดร่วมกันสวนใส่ผ้าไทยด้วยความภาคภูมิใจ ให้ผ้าไทยดำรงอยู่คู่ชาติไทยเราตลอดไป”

ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กล่าวเสริมว่า “สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสานผ้าไทยมากกว่า 60 ปี ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาชาญ จึงทำให้ผ้าไทยที่ถือว่าสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งวัฒนธรรมของประเทศชาติ ไม่สูญหายจากสังคมไทย คนไทยเราจึงมีโอกาสได้ชื่นชมและสวมใส่ผ้าไทยมาจนปัจจุบัน
สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้มีโอกาสสนองงานสืบสานพระราชปณิธาน อาทิ โครงการตามรอยผ้าไทยลมหายใจแม่ของแผ่นดิน ด้วยต่างสำนักในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทำให้พี่น้องสตรีไทยทั้ง 4 ภาค ล้วนได้มีอาชีพ มีรายได้ และความมั่นคงในชีวิตด้วยผ้าไทย จากแต่เดิมที่การทอผ้าเป็นเพียงอาชีพเสริมหลังจากการว่างเว้นจากการเกษตรกรรม ด้วยน้ำพระทัยและพระเมตตาของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงจัดตั้งมูลนิธิศิลปาชีพ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์อนุเคราะห์ผ้าจากฝีมือพี่น้องสตรีไทยทุกชุมชน ทำให้ผ้าทุกผืนมีคุณค่าจนเกิดเป็นอาชีพหลักสร้างความมั่นคงต่อตนเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดีด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งนี้ต่อมาสภาสตรีฯ ได้ดำเนินโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ซึ่งได้จับมือกับกรมการพัฒนาชุมชน ลงนาม MOU ร่วมกับ 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ ในการสวมใส่ผ้าไทย และผลักดันรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย จนเป็นมติคณะรัฐนมตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละสองวัน ทั้งนี้จึงเป็นการกระตุ้นให้ผ้าไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้น ผ้าไทยทุกผืนนั้นต่างมีเรื่องราว และคุณค่าไม่ว่าจะรูปแบบหรือราคาใด ในวันนี้จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกันต่อลมหายใจให้ผ้าไทยมีชีวิตชีวา ช่วยเศรษฐกิจไทยให้มั่นคง และยั่งยืนตลอดไป”

กาล่าไนท์ เสน่ห์ สีสัน แพรพรรณแห่งสยาม ถือเป็นก้าวที่สำคัญของวงการผ้าไทยแห่งปี ที่ต่อยอดจากผลสำเร็จในผลงานสร้างสรรค์ของโครงการ “สืบสานภูมิปัญญา OTOP ผ้าไทย และเผยแพร่อัตลักษณ์ผ้าแห่งสยาม” กับการจัดแสดงผลงานของผู้ประกอบการผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาคที่ผ่านการคัดสรร ขัดเกลา หล่อหลอม ชี้แนะจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จนเป็นสุดยอดแห่งผลงานผ้าไทยกว่า 300 ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นกลางวัน ชุดเดรสกลางคืน ผ้าอัตลักษณ์ กลุ่มผ้าผืน ผ้าซิ่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ กลุ่มเครื่องแต่งกายตลอดจนเครื่องประดับที่ทำจากผ้า ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวบนผืนผ้า ลวดลายการออกแบบตัดเย็บที่ประณีตบรรจงจัดแสดงเป็นนิทรรศการตลอดทั้งงาน ในส่วนของบนเวทีแฟชั่นโชว์นำเสนอผ่านนางแบบที่มีชื่อเสียงกว่า 40 ชีวิต กับ Collection ชุดผ้าไทยที่หรูหรา ร่วมสมัย หลากหลายรูปแบบ อาทิ ชุด streetwear (ชุดที่สวมใส่ในชีวิตประจำวัน) ชุด Working (ชุดสวมใส่ทำงาน) ชุดโอคกูตูร์ (ชุดราตรี หรูหรา แฟชั่นชั้นสูง) และชุดฟินนาเร่ ภายใต้บรรยากาศเมืองแห่งแฟชั่น สร้างความประทับใจ ชื่นชมต่อทุกสายตาของผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นดังสัญญาณที่ดีในทิศทางการพัฒนาต่อยอดสืบสานอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่สะท้อนผ่านผืนผ้าประจำถิ่น ให้มีคุณค่า ยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีคุณภาพมาตรฐาน ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *